☎ 045-901427 · ✉ tessaban1@phoklang.ac.th
หน้าแรก
โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านโพธิ์กลาง) TESSABAN 1 BANPHOKLANG SCHOOL
ระบบสารสนเทศ →
27 ก.ย. 2026

การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้ จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2

ชื่อเรื่อง   การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้           จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2

ผู้วิจัย     นางสาวอรวรรณ  บัวแสนวงศ์วัฒนา

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

สังกัด     โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร

            จังหวัดอุบลราชธานี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ปีที่วิจัย   2567

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย               ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ และ 4) ศึกษา          ความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 29 คน ซึ่งเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จากเด็กทั้ง 3 ห้องเรียน ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ กัน เด็กเก่ง ปานกลาง และอ่อน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน คู่มือการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แผนการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แบบวัดทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีในการเปรียบเทียบทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ

ผลการวิจัย พบว่า

    1. ผลการสำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงาน              เป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและ             การปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า เด็กขาดระเบียบวินัยในการอยู่ร่วมกันในสังคม ขาดการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่ม ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนได้ ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง ไม่มีสมาธิในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ขาดการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ยังใช้กล้ามเนื้อตั้งแต่ข้อมือ ฝ่ามือ นิ้วมือทุกนิ้วได้ไม่คล่องแคล่ว เอาแต่ใจไม่รับฟังคนอื่น ขาดความรอบคอบในการทำงาน ไม่สามารถยืดหยุ่นความคิดได้เอง ครูยังขาดเทคนิคและสื่ออุปกรณ์ในการส่งเสริมทักษะที่จำเป็น          ในการศึกษาศตวรรษที่ 21 ควรมีการกระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อน กล้าที่จะลงมือทำ กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก คิดและปฏิบัติอย่างมีระบบ แสวงหาคำตอบอย่างมีเหตุมีผล เกิดความคิดสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กให้คล่องแคล่ว  สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วง และครูควรใช้เทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับเด็ก

    2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิด  การเรียนรู้จากนิทาน  เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์ มี 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของรูปแบบการจัดประสบการณ์ 2) ลักษณะการจัดประสบการณ์  3) จุดประสงค์ของรูปแบบการจัดประสบการณ์  4) กระบวนการจัดประสบการณ์  ตามขั้นตอนการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Bag Do Model  5 ขั้นตอน คือ  4.1) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน 4.2) ขั้นกระตุ้นความสนใจ 4.3) ขั้นจัดกลุ่ม  4.4) ขั้นลงมือทำ และ 4.5) ขั้นนำเสนอ และ 5) การประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์ ซึ่งผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (  = 4.34, S.D. = 0.53)

    3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า เด็กที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบ ด้วยขั้นตอนการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Bag Do Model  หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า โดยรวมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (  = 2.76, S.D. = 0.43)

Title:                     The Development of a Project-Based Learning Experience Model Integrated with the Concept of Learning from Stories to Promote EF Brain Skills, Basic Skills, and Practical Skills in Kindergarten Level 2 Early Childhood Students

Researcher:           Miss Orawan Buasanwongwatthana

Position:                Special Expertise Level Teacher (Kroo Chamnankan Phiset)

Affiliation:             Tessaban 1 (Ban Pho Klang) School, Pibun Mangsahan Municiplity, Pibun Mangsahan District, Ubon Ratchathani Province, Department of Local Administration, Ministry of Interior

Year of Research:   2023 (B.E. 2566)

Abstract

            This research aimed to develop a project-based learning experience model integrated with the concept of learning from stories to promote EF (Executive Function) brain skills, basic skills, and practical skills for kindergarten level 2 early childhood students. The objectives of this study were to survey the problems and needs in organizing learning experiences, develop the experience model, implement and experiment with the model, and examine the children’s satisfaction toward the model.

            The sample group consisted of 29 students in Kindergarten 2/2 at Tessaban 1 (Ban Pho Klang) School, Pibun Mangsahan Municipality, Ubon Ratchathani Province, in the second semester of the 2022 academic year. The sample was selected using cluster random sampling from three similar classrooms in terms of students’ academic levels (advanced, average, and struggling learners).

            The research instruments included: document analysis forms, interview forms, questionnaires, the developed experience model, an implementation manual, lesson plans, an EF skill assessment form (basic and practical skills), and a satisfaction questionnaire. Data were analyzed through content analysis and descriptive statistics including mean, percentage, standard deviation, and t-test for comparing EF skills before and after implementation.

            The results were as follows:

                1. The survey of problems and needs revealed that students lacked discipline in social settings, had poor group participation, difficulty building peer relationships, and could not perform daily routines independently. They showed low concentration, lacked hands-on experience, and had underdeveloped fine motor skills (e.g., wrist, palm, fingers). Students were self-centered, lacked attentiveness, and struggled with cognitive flexibility. Teachers also lacked techniques and teaching materials to promote 21st-century skills. There was a need to foster peer interaction, initiative, decision-making, expression, systematic thinking, creative problem-solving, varied learning approaches, and motivation for goal-oriented activities. Teachers were recommended to apply appropriate instructional strategies.

                2. The developed experience model consisted of 5 components:                                  1) Principles of the model, 2) Characteristics of experience management, 3) Objectives of the model, 4) Learning process following the Bag Do Model with five steps:                  4.1) Basic knowledge phase, 4.2) Motivation phase, 4.3) Grouping phase, 4.4) Action phase, and 4.5) Presentation phase, and 5) Evaluation of the model. The suitability evaluation of the model by experts showed a high level of appropriateness (  = 4.34, SD = 0.53).

                3. The experimental results revealed that students who participated in the model-based learning experience showed significantly higher EF skills (basic and practical) after the implementation than before, at the .05 statistical significance level.

                4. Children’s satisfaction with the model was rated at a high level overall (   = 2.76, SD = 0.43).

นางสาวอรวรรณ  บัวแสนวงศ์วัฒนา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านโพธิ์กลาง)
สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร
จังหวัดอุบลราชธานี